หากเมืองไทยจะต้องมีคาสิโน (CASINO) ตอน 3  
   
 

     กลับมาที่หัวข้อบ่อนพนันหรือคาสิโน (CASINO ) ผู้เขียนพบว่าเหตุผลของผู้คัดค้านนั้นประกอบด้วยหัวข้อหลายหัวข้อ ซึ่งผู้เขียนจะขอวิพากษ์ทีละหัวข้อเพื่อให้ชัดเจนกับอ่านง่าย มีดังต่อไปนี้ ในเหตุผลของผู้คัดค้านนั้น ผู้เขียนมองว่าพวกเขานั้นออกจะหวาดกลัวกับการท้าทายศีลธรรมมากไปหน่อย ก็เหมือนกับที่เมื่อปี พ.ศ.2544 ( ค.ศ.2001 สมัยนั้นผู้เขียนอยู่ ม.5 อายุราว 16 ปี เริ่มเขียนกระทู้วิจารณ์สังคมแล้ว ) นโยบายตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยเป็นเรื่องที่ถูกต่อต้านเช่นเดียวกับเร็วๆ นี้ที่โฆษณาชุด “ ยืดอกพกถุง ” ก็ถูกต่อต้านเพราะกลัวว่าจะยั่วยุให้มีอะไรกันก่อนวัยอันสมควร ผู้เขียนก็งงอีกว่าเหล่าผู้ที่ต่อต้านอยู่ในยุคไหนหรือ? ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ผู้เขียนจะเกิด ( ผู้เขียนเกิด พ.ศ.2528 หรือ ค.ศ.1985 ) มันก็คงได้อยู่เพราะเทคโนโลยีมันไม่แพร่หลาย หนุ่มสาวเจอกันก็แค่งานเทศกาล กับส่วนใหญ่อยู่ในสายตาพ่อแม่ ติดต่อกันทางจดหมายกับโทรศัพท์บ้าน มิใช่สมัยนี้ที่ผมกล้าท้าท่านผู้ทรงศีลธรรมเลยว่า “ คุณห้ามพวกเด็กเดี๋ยวนี้ไม่ได้หรอก ” แม้ว่าไม่นานมานี้ผู้เขียนจะสนับสนุนการแยกหอพักชาย – หญิงก็ตาม นั่นเพื่อเป็นการดึงเวลาเพื่อให้ได้คิดกันก่อนทำอะไรลงไปก็เท่านั้น แต่ท้ายที่สุด เมื่อคนมันอยากทำ มันก็หาทางทำจนได้ ดังนั้นการส่งเสริมให้รู้จักป้องกันมันไม่ดีกว่าหรือ
1. ผู้คัดค้านบอกว่า การเปิดบ่อนการพนัน เท่ากับขัดต่อคำว่า “เมืองไทยเมืองพุทธ ” ดังนั้นทำไมท่านผู้ที่ภูมิใจนักหนากับคำว่าเมืองพุทธ กลับยังทำในสิ่งต่อไปนี้
- ขอโชคลาภทุกวันที่ 1 กับ 16 ของเดือน หนังสือพระไม่ใช่สอนธรรม แต่แนะนำวัดขลังๆ
- ถ้ามองว่าการเที่ยวสถานบริการเป็นสิ่งที่ผิดศีลข้อ 3 เหตุใดจึงยังมี ออน. หลายแห่งในเมืองหลวง แต่กลับไปไล่จับพวกที่ Gclub ไม่มีสังกัดย่านต่างๆ ( ผู้เขียนไม่ขอกล่าว แต่ผู้อ่านคงทราบดีว่าแถวไหนบ้าง แฮ่ๆ ) กลายเป็นแหล่งส่วยชั้นดีให้ตำรวจท้องที่อีกต่างหาก
- ดื่มสุราเมื่อมีงานสังสรรค์แทบทุกเทศกาล ทั้งปีใหม่ สงกรานต์ งานบวช งานแต่ง ฯลฯ กับยินยอมให้มีการขายสุรากับบุหรี่ในประเทศที่ท่านทั้งหลายเรียกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ ( ผู้เขียนได้ยินว่าประเทศมุสลิมบางแห่งไม่อนุญาตให้ขายสุราเพราะผิดหลักศาสนาของเขา )

สิ่งเหล่านี้มิใช่เป็นอบายมุขหรอกหรือ? แล้วทำไมถึงปล่อยให้เห็นๆ เป็นที่รู้ๆ กัน ทำไมไม่มีใครคิดจะปราบอย่างจริงจัง มิใช่เพราะมันขัดกับสันดานเดิมของมนุษย์หรือ? ( เหล้า Sex การพนัน ) ทำไมต้องปล่อยไว้ให้เป็นสีเทาเช่นนี้ เพราะพวกท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าสังคมยอมรับได้ กับหากสุดโต่งเกินไป สุดท้ายกฏต่างๆ ก็กลายเป็นกฏตลกๆ กับตำรวจจะทำงานยากขึ้น เพราะแทบจะไม่มีประชาชนที่ไหนให้ความร่วมมือเลยใช่หรือไม่?

2.ผู้คัดค้านบอกว่า เมืองไทยไม่อาจจะควบคุมระบบได้ ถ้าปล่อยเปิดเสรีไป สุดท้ายก็จะซ้ำรอยสมัยโบราณที่คนไทยติดการพนันงอมแงม ตรงนี้บางท่านที่คัดค้านถึงกับดึงคำกล่าวของรัชกาลที่ 5 ที่ท่านริเริ่มที่จะยุติการเล่นพนันต่างๆ ในสังคมไทยยุคนั้น แน่นอนว่าในยุคนั้นย่อมเหมาะสมที่จะต้องสั่งห้าม เพราะการควบตุมไม่อาจจะทำได้เต็มที่กับชัดเจน เพราะสมัยก่อนไม่มีเครือข่าย Internet ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีมือถือ ใครก่อคดีฆ่ากันที่หนึ่ง พอหนีไปอีกที่หนึ่ง ข้ามจังหวัดข้ามมณฑลโอกาสถูกจับก็ยากแล้ว ( จึงเกิดชุมเสือ – เมืองเจ้าพ่อมากมายใน ตจว. ) แต่หากเป็นสมัยนี้ ผู้เขียนว่าไม่ยากเกินไปที่จะควบคุมได้ ตรงนี้ผู้เขียนอยากจะแนะนำสักหน่อยในแนวคิดเรื่องการจำกัดขอบเขต มิให้มันแพร่ขยายจนเกินไป ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- โครงการนี้ต้องห้ามทำแบบเร่งรีบขยายตัว ในระยะแรกให้เอกชนเข้ามาประมูล ทำสัมปทานให้เรียบร้อย โดยอนุญาตให้เปิดตอนนี้ได้ใน จว. เดียวเท่านั้นเพื่อทดลองดูว่าจะควบคุมระบบได้ไหม ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผู้เขียนค่อนข้างเชื่อในระบบการบริหารของเอกชน เพราะเอกชนมักถูกวิพากษ์วิจารณ์กับตรวจสอบได้ง่ายกว่าหน่วยงานของรัฐ ( โดยเฉพาะจากสื่อมวลชนกับจาก NGO ) กับเมื่อทำผิดย่อมมีโอกาสถูกดำเนินคดีได้ง่ายกว่าตนของรัฐเป็นธรรมดา
- จังหวัดที่จะตั้งคาสิโน (CASINO)ได้ ต้องเป็นจังหวัดที่ห่างไกล อยู่ตามชายแดนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะจุดประสงค์ดั้งเดิมคือต้องการแข่งกับบ่อนในประเทศเพื่อนบ้าน กับปกตินักพนันต้องข้ามฝั่งไปอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรตั้งบ่อนในเขตประเทศชั้นกลางหรือชั้นใน ทั้งนี้การเดินทางไกลก็ถือว่าทำให้ยับยั้งชั่งใจได้ทางหนึ่ง ( ยิ่งในหมู่คนรายได้ไม่มากยิ่งต้องชั่งใจให้หนัก เพราะเสียทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารที่ปกติเมืองท่องเที่ยวมันก็แพงกว่าปกติอยู่แล้ว ตรงนี้จะกรองคนได้ในระดับหนึ่ง )
- การประชาสัมพันธ์ อนุญาตให้ประชาสัมพันธ์ได้ทาง นสพ.บางประเภทเท่านั้น ( จำพวก นสพ. กีฬาที่มีอัตราต่อรองเฉพาะ ซึ่งปกติพวกนี้มีโฆษณา ออน. กับอัตราต่อรองฟุตบอลอยู่แล้ว ) ทั้งนี้ผู้เขียนเห็นว่า คนอ่าน นสพ. ประเภทนี้ส่วนใหญ่ยังไงก็ต้องเล่นพนันฟุตบอลบ้างไม่มากก็น้อย กับเด็กๆ ก็มักจะไม่นิยมอ่าน อยู่แล้ว ไม่อนุญาตให้โฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือติดป้ายโฆษณาใหญ่ๆ พูดง่ายๆ ใช้ลักษณะการควบคุมแบบเดียวกับที่ควบคุมบุหรี่มิให้โฆษณาตามสื่อต่างๆ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการเชิญชวนให้เยาวชนคิดจะเข้าไปเล่น
- กฏระเบียบในการเล่น ต้องมีการทำประวัติ สำหรับขาประจำให้ทำบัตรสมาชิกที่ผู้เล่นต้องมีทรัพย์สินจำนวนมากพอสมควร ต้องเปิดบัญชีธนาคารไว้บัญชีหนึ่งให้ทางคาสิโน (CASINO)โอนเงินเข้า – ผู้เล่นชำระเงินออก กับต้องมีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับหนี้ให้ตรวจสอบโดยมีกำหนด….ครั้ง/ปี ( ตรงนี้ต้องขอท่านผู้มีความรู้พิจารณา ) หากพบว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไม่อนุญาตให้ต่ออายุสมาชิกโดยบัตรสมาชิกนี้เป็นแบบ Online สามารถตรวจสอบข้อมูลจากบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ให้เงินพนันหมุนเวียน โดยสมาชิกต้องมีในหลายระดับ ว่าสมาชิกระดับไหนให้เล่นได้เท่าไร ถ้าเกินวงเงินไม่อนุญาตให้เล่น ผู้เขียนค่อนข้างเชื่อในการบริหารจัดการของเอกชน เชื่อว่าเอกชนคงเห็นแก่ผลกำไร ดังนั้นคงไม่ปล่อยให้พวกจับเสือมือเปล่าเข้ามาเล่น กับคงไม่ปล่อยให้หยิบยืมแป๊ะไว้กับคาสิโน (CASINO) เพราะโอกาสได้คืนนั้นยากมาก แถมมีโอกาสถูกตรวจสอบต่อต้านจากภาคสังคมเสียอีก ดีเสียกว่าปล่อยไปเล่นนอกประเทศแล้วเล่นจนหมดตัว จนต้องฆ่าตัวตายหรือถูกจับไปเรียกค่าไถ่ใช้หนี้
- งบประมาณที่รัฐเก็บได้ ต้องแจ้งแก่สาธารณชนทราบ กับต้องนำไปใช้เพื่อกิจการสังคม ( การศึกษาหรือสาธารณสุข ) เท่านั้น ไม่นำไปปะปนกับงบประมาณอื่นๆ เช่นงบความมั่นคง หรืองบอุดหนุนเงินนักการเมือง ฯลฯ
- กำหนดพื้นที่ ( Zone ) ของคาสิโน (CASINO)ชัดเจนแบบการกำหนดพื้นที่สนามบิน โดยห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปในอาณาเขตของคาสิโน (CASINO)เป็นอันขาด โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบส่วนนี้มิใช่ให้เอกชนรับผิดชอบทั้งหมด ( อย่างน้อยก็จะได้เกิดการคานกันเองระหว่างตำรวจกับเอกชน ส่วนจะฮั้วกันหรือไม่ ภาคสื่อมวลชนน่าจะตรวจสอบได้ )

 
  Gclub | คาสิโน  | คาสิโนออนไลน์  | บาคาร่า | บาคาร่าออนไลน์  | Casino online