C ตัวที่ 4 ของบิ๊กซี  
   
 

     Casino Guichard-Perrachon ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่จาก Saint-Etienne ประเทศฝรั่งเศสรายนี้กำลังได้รับเชิญให้เข้ามาเป็นผู้แสดงหลักของสงครามการ แข่งขันในธุรกิจค้าปลีกของไทยเป็นรายล่าสุด
การเข้าซื้อหุ้นของ BigC ซูเปอร์เซ็นเตอร์จำนวน 66% จากกลุ่ม CRC ซึ่งกำลังประสบปัญหาในเรื่องของความสามารถในการขยายสาขาเมื่อปลายปีที่ผ่าน มา เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นของการแข่งขัน ที่มีแนวโน้มจะดุเดือด และ น่าจับตามองอย่างยิ่ง
ปฐมบทแห่งการเกิดขึ้นของ Casino Guichard-Perrachon ในวันนี้ เริ่มต้นขึ้นในปี 1889 เมื่อ Geoffroy Guichard ได้แต่งงานกับ Antonia Perrachon ลูกสาวของพ่อค้าร้านของชำในเมือง Saint-Etienne ก่อน ที่อีก 3 ปี ต่อมา Geoffroy Guichard จะเข้ารับช่วงกิจการของพ่อตา พร้อมกับเปลี่ยนชื่อร้านเป็น Casino ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า “สังคีตศาลา”
ในปี 1898 วิวัฒนาการของร้านค้าของชำแห่งนี้ก็เริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการจัดตั้งเป็นบริษัท ภายใต้ชื่อ Societe des Magasins du Casino และอีก 2 ปีต่อมา หรือ ในปี 1900 บริษัทนี้ก็เข้าเป็นส่วนหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ และขยายตัวออกไปมากถึง 50 สาขา และเป็น 100 สาขา ภายใน ปี 1904 พร้อมกับการผลิตสินค้าจำพวกปลาซาดีนกระป๋องภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง
ความเติบโตของ Casino เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 1 นั้น Casino มีสาขากระจายอยู่ในฝรั่งเศสมากถึง 215 สาขา ซึ่งกว่า 50 แห่งเป็นสาขาในเมือง Saint-Etienne ในปี 1919-1920 นับเป็นช่วง ที่ Casino พยายามขยายตัวไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตด้วยการเปิดโรงงานสำหรับผลิตอาหาร, สบู่ และเครื่องหอม แต่ผลจากสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ Casino โดยสาขากว่า 70 แห่งถูกทำลายราบ ขณะที่อีกกว่า 450 แห่ง ได้รับความเสียหาย
Casino ปรับเปลี่ยนรูปแบบช่องทางการจำหน่ายใหม่ในปี 1960 ด้วยการเปิดสาขา ที่เมือง Grenoble ในลักษณะของซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งกำลังเป็นกระแสหลักในยุโรป และ อเมริกา และอีก 10 ปีต่อมา Casino ได้เปิดดำเนินการร้าน Hypermarket แห่งแรกของกลุ่ม ภายใต้ชื่อ Geant ที่เมือง Marseille ในปี 1970 ซึ่งก็คือ หลังจาก ที่ Carrefour ต้นแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ต และคู่แข่งขันสำคัญกำลังเร่งขยายตัวไปทั่วทั้งในฝรั่งเศส และประเทศ เพื่อนบ้านนั่นเอง
ในปี 1976 การขยายตัวของ Casino ได้ข้ามฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปสู่แผ่นดินใหม่ในสหรัฐอเมริกา ด้วยการจัดตั้ง Casino USA ซึ่งในระยะแรกมุ่ง ที่จะประกอบการร้านอาหารในรูปแบบของ cafeterias อย่างเป็นด้านหลัก แต่แล้วในปี 1983 แขนขาของ Casino ในอเมริกาแห่งนี้ก็ได้เข้าซื้อกิจการค้าปลีกของ Thriftimart ซึ่งมีฐานอยู่ในแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อ Casino USA? มาเป็น Thriftimart”s Smart & Final เพื่อสะท้อนภาพของธุรกิจ
Casino หันกลับมาเดินเกมรุกในฝรั่งเศส ในปี 1985 ด้วยการซื้อกิจการของ CEDIS ที่เป็นเจ้าของไฮเปอร์มาร์เก็ต 16 แห่ง, ซูเปอร์มาร์เก็ต 116 แห่ง และร้านค้าขนาดเล็กอีก 722 แห่งในเขตภาคตะวันออกของฝรั่งเศส
ทศวรรษ ที่ 1990 นับเป็นช่วงเวลา ที่เต็มไปด้วยสีสันสำหรับ Casino เมื่อ Casino พยายามเพิ่มศักยภาพการ แข่งขันกับ Carrefour ที่เติบโตขึ้นมาครอบครองตลาดเกือบเต็มที่ในฝรั่งเศสแล้ว
Casino ซื้อกิจการของ La Ruche Meridionale ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกอาหาร ที่มีไฮเปอร์มาร์เก็ต 18 แห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตอีก 112 แห่งในภาคใต้ของฝรั่งเศส ในปี 1990 และในปี 1992 หรืออีกเพียง 2 ปีต่อมา Casino ได้เข้าซื้อกิจการด้านอาหารในไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 50 แห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตอีกกว่า 230 แห่งจาก Rallye SA โดย Casino มอบหุ้นกว่า 30% ของบริษัทให้ Rallye เป็นผู้ถือครอง ก่อน ที่จะรุกเข้าเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกใน โปแลนด์ เมื่อปี 1996
ในปี 1997 การต่อสู้ เพื่อให้รอดพ้นจากการเข้าครอบงำกิจการโดย Promodes เป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อ Promodes พยายามเข้าครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร (hostile takeover) ด้วยข้อเสนอ ที่มีมูลค่า 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนกันยายนปีนั้น
ผู้ถือหุ้นในส่วน ที่เป็นทายาท และสมาชิกในครอบครัวของ Guichard ลงมติคัดค้านข้อเสนอของ Promodes ดังกล่าว แต่ให้การสนับสนุนข้อเสนอ ที่เป็นมิตรจากกลุ่ม Rallye ที่มีมูลค่าเพียง 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐแทน
ห้วงเวลาดังกล่าว Casino พยายามตอบโต้คู่แข่งขันด้วยการใช้เงินกว่า 576 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้าซื้อกิจการ ซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้ชื่อ Franprix และ Leader Price กว่า 600 แห่งจาก TLC Beatrice ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าด้านอาหาร พร้อมกับการซื้อหุ้น 21% ในเครือข่ายไฮเปอร์มาร์เก็ตนาม Monoprix ก่อน ที่ Promodes จะถอนข้อเสนอการเทก โอเวอร์ออกไปในอีก 4 เดือนต่อมา
หลังจากรอดพ้นจากการถูกครอบงำกิจการ Casino ได้เริ่มศักราชของการขยายตัวไปสู่ตลาดนานาชาติ โดยในปี 1998 ได้เข้าซื้อหุ้น 75% ใน Libertad ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของ อาร์เจนตินา และซื้อหุ้น 50% ใน Disco Group ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกอาหารในอุรุกวัย พร้อมกับการขยายตัวเข้ามาในเอเชีย ด้วยการเปิด Geant Hypermarket แห่งแรก ที่ไต้หวัน
ปลายศตวรรษ ที่ 20 ต่อเนื่องสู่สหัสวรรษใหม่ เป็นช่วง ที่ Casino พยายามรุกเข้าทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้ช่องห่างระหว่างคู่แข่งขัน ถูกถ่างออกไปมากนัก โดย Casino ได้ขยายการลงทุนในละตินอเมริกาด้วยการซื้อหุ้น 25% ใน Exito ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเครือข่ายร้านค้าของชำรายใหญ่ทั้งในโคลัมเบีย และเวเนซุเอลา ในปี 1999 และซื้อหุ้น 26% ของ Companhia Brasileira de Distribuicao ในบราซิล
ในปี 1999 นี้เอง ที่ Casino ได้รุกเข้าประเทศไทย เมื่อ Casino เข้าซื้อหุ้นใน BigC ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่กำลังประสบปัญหาขาดเงินลงทุนในการขยายสาขา ในสัดส่วน 66% จาก CRC
ขณะเดียวกันก็ร่วมกับ Cora SA จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Opera เพื่อเป็นหน่วยงานในการจัดซื้อสินค้าทั้งในหมวดของอาหาร และไม่ใช่อาหาร สำหรับร้านค้าทั้งหมดของ Casino และ Cora พร้อมกับการซื้อกิจการร้านสะดวกซื้อกว่า 100 แห่งในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสจาก Guyenne et Gascogne และเปลี่ยนชื่อร้านเหล่านี้เป็น Petit Casino
เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2000 Casino ตกลง ที่จะซื้อหุ้นจำนวนมาก เพื่อให้ได้สิทธิในการบริหารจาก Uniwide ผู้ประกอบการค้าปลีกอาหารรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ และ เดือนมีนาคม Casino ได้ลงนามในสัญญาการซื้อหุ้น 51% จาก Cdiscount.com ผู้ประกอบการค้าปลีกในระบบออนไลน์ของฝรั่งเศส ที่มี CD, video, CC-ROM และ DVD? เป็นสินค้าหลัก
ในเดือนเมษายน Casino ตกลง ที่จะซื้อกิจการ 407 แห่งพร้อมกับการเข้าควบคุมการบริหาร และสิทธิในแฟรนไชส์ของร้านสาขา 233 แห่ง จาก Auchan คู่แข่งสำคัญ
ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม Casino ได้ซื้อหุ้น 22% ในเครือข่ายร้าน Monoprix ซึ่ง Casino ถือหุ้นอยู่แล้ว 21.4% จาก Galeries Lafayette ผู้ประกอบการค้าปลีกอีกรายหนึ่งของฝรั่งเศส ภายใต้ข้อตกลง ที่ทั้ง Casino และ Galeries Lafayette จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อรองรับกับการขยายตัวไปสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ และการเข้าสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในอนาคต
การขยายตัวของ Casino นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันทำให้อาณาจักรของ Casino ในวันนี้ แผ่ขยายออกไปกว้างขวางโดยมี Geant ไฮเปอร์มาร์เก็ตในรูปแบบของคลังสินค้า เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ โดย 80% ของยอดจำหน่ายของ Casino เกิดขึ้น ที่นี่ ขณะที่ Casino ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้ชื่อต่างๆ ทั้ง Casino, Franprix และ Leader Price และร้านสะดวกซื้อกว่า 2,300 แห่งในชื่อ Petit Casino รวมถึงแฟรนไชส์ร้าน Spar และ Vival อีกด้วย
นอกจากนี้ Casino ยังได้ขยายธุรกิจไปสู่กิจการร้านอาหาร-ภัตตาคาร, ศูนย์บริการด้านยานยนต์, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร รวมถึงโรงงานผลิตขวดไวน์ด้วย
ปัจจุบัน Rallye SA นับเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Casino ด้วยสัดส่วนประมาณ 60% ของหุ้น ที่มีสิทธิในการออกเสียงลงมติ ขณะที่ครอบครัว Guichard ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด Casino ในยุคแรกถือหุ้นอยู่เพียง 9%
ในอดีต ที่ผ่านมาชื่อเสียงของ Casino อาจไม่คุ้นหูหรืออยู่ห่างไกลจากการรับรู้ของชาวไทย แต่นับจากนี้เป็นต้นไป BigC ซึ่งเดิมมีความหมายครอบคลุมทั้ง Chirathivat, Central และ Customer นั้น กำลังเพิ่มเติมความหมายของ Casino ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เข้าไปอีก
เพียงแต่ว่าเมื่อ Casino เข้ามาสู่เมืองไทยแล้ว จะสามารถดำเนินไปด้วยความรื่นรมย์ในฐานะ ที่เป็น “สังคีตศาลา” ตามความหมายเดิมจากภาษาฝรั่งเศส หรือจะถูกนิยามตามความเข้าใจแบบคนไทยให้ต้อง “เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน” กับการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก ที่เต็มไปด้วยคู่แข่งขันระดับโลก ที่มีศักยภาพ และสรรพกำลังใกล้เคียงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแห่งนี้

ที่มา : http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=75

นิตรสารผู้จัดการออนไลน์

 
  Gclub | คาสิโน  | คาสิโนออนไลน์  | บาคาร่า | บาคาร่าออนไลน์  | Casino online